เว็บไซต์เปิดไม่ขึ้น เบราว์เซอร์แสดงข้อผิดพลาด หรือหน้าโหลดไม่จบสักที คำถามแรกนั้นง่ายมาก คือเว็บล่มสำหรับทุกคน หรือปัญหาอยู่ที่ฝั่งคุณ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่าย หรืออุปกรณ์ของคุณ วิธีตรวจสอบภายในไม่กี่นาทีมีดังนี้
1. ตรวจสอบเว็บไซต์ด้วย HTTP จากหลายประเทศ
เปิดการตรวจสอบ HTTP แล้วกรอกที่อยู่ของเว็บไซต์ เช่น https://example.com ระบบจะเปิดหน้าเว็บจาก 25 ตำแหน่งพร้อมกัน และแสดงรหัสสถานะกับเวลาตอบสนองจากแต่ละตำแหน่ง
- ได้ 200 OK เกือบทุกที่ — เว็บไซต์ทำงานปกติ ปัญหาน่าจะอยู่ที่ฝั่งคุณ
- ผิดพลาดทุกที่ (หมดเวลา, รหัส 5xx) — เว็บไซต์ล่มสำหรับทุกคน
- ใช้ได้ในบางประเทศ แต่บางประเทศใช้ไม่ได้ — เว็บไซต์อาจถูกบล็อกในบางภูมิภาค หรือเซิร์ฟเวอร์ตัวใดตัวหนึ่งเข้าถึงไม่ได้
2. ดูรหัสสถานะ
- 5xx (500, 502, 503, 504) — เซิร์ฟเวอร์หรือพร็อกซีที่อยู่ด้านหน้ามีปัญหา โดยปกติมีเพียงเจ้าของเว็บไซต์เท่านั้นที่แก้ไขได้
- 4xx (403, 404) — เซิร์ฟเวอร์ตอบกลับแต่ปฏิเสธหรือหาหน้าไม่พบ หากได้ 403 จากเพียงประเทศเดียว มักหมายถึงการบล็อกตามประเทศหรือโดยไฟร์วอลล์
- หมดเวลา — เซิร์ฟเวอร์ไม่ตอบกลับเลย อาจปิดอยู่ ทำงานหนักเกินไป หรือถูกโจมตีแบบ DDoS
3. ตรวจสอบ DNS
หากการตรวจสอบ HTTP แจ้งว่าไม่พบโฮสต์ ให้เปิดการตรวจสอบ DNS ถ้ารีโซลเวอร์ในประเทศต่าง ๆ ไม่คืนเรคคอร์ด A และ AAAA เลย หรือคืนค่าที่ต่างกัน แสดงว่าโดเมนอาจหมดอายุ เซิร์ฟเวอร์ DNS อาจล่ม หรือเพิ่งมีการเปลี่ยนเรคคอร์ดและยังไม่แพร่กระจายทั่วถึง
4. Ping และ traceroute
Ping แสดงว่าเซิร์ฟเวอร์ตอบกลับหรือไม่ และแพ็กเก็ตสูญหายไปเท่าใด โปรดทราบว่าเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากบล็อก ping โดยตั้งใจ ดังนั้น ping ที่ล้มเหลวเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเว็บไซต์ล่ม ส่วน Traceroute และ MTR จะแสดงว่าแพ็กเก็ตสูญหายที่เครือข่ายใดตามเส้นทาง
หากเว็บไซต์ใช้ได้สำหรับทุกคน แต่ไม่ใช่สำหรับคุณ
- ล้างแคชของเบราว์เซอร์ หรือเปิดเว็บไซต์ในหน้าต่างส่วนตัว
- ลองใช้เครือข่ายอื่น เช่น อินเทอร์เน็ตมือถือแทน Wi-Fi
- เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ DNS บนอุปกรณ์ของคุณ
- ตรวจสอบที่อยู่ของคุณเองที่หน้าข้อมูล IP เพราะผู้ให้บริการหรือ VPN อาจส่งทราฟฟิกผ่านประเทศอื่น